SSC Focus - เอกสารวิเคราะห์สถานการณ์ยุทธศาสตร์และความมั่นคง ฉบับที่ ๑๔/๖๒ (๑๖ – ๓๐ เม.ย.๖๒)

เอกสารวิเคราะห์สถานการณ์ยุทธศาสตร์และความมั่นคง ฉบับที่ ๑๔/๖๒ ห้วง ๑๖ – ๓๐ เม.ย.๖๒ เรื่อง “เสียงระเบิดที่ศรีลังกา…สั่นสะเทือนภัยก่อการร้ายในอาเซียน”  สรุปดังนี้
๑) เมื่อวันที่ ๒๑ เม.ย. ๖๒ ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์การก่อการร้ายในประเทศศรีลังกา เป็นการวางระเบิดกว่า ๘ จุด เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว กว่า ๓๐๐ ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย ๓๖ ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ ๕๐๐ คน และเมื่อวันที่ ๒๓ เม.ย. ๖๒ กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (Islamic State: IS) ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการก่อเหตุในศรีลังกา โดยได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางสำนักข่าว AMAQ ของตนเอง
๒) ศรีลังกาเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย มีประชากรประมาณ ๒๑ ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวสิงหล ๗๔% ชาวทมิฬ ๑๘% ชาวมัวร์ ๗% ชาวศรีลังกานับถือศาสนาพุทธเถรวาท ๗๐% ฮินดู ๑๓% อิสลาม ๑๐% และคริสต์ ๗% จะเห็นได้ว่าประเทศศรีลังกามีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา ส่งผลให้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันศรีลังกาเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธุ์จนเกิดเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนหลายกลุ่ม และเป็นปัญหาเรื้อรังของรัฐบาลชุดต่าง ๆ ของศรีลังกา ดังนั้นสาเหตุการก่อการร้ายครั้งนี้จึงมีความเกี่ยวโยงกับปัญหาภายในของศรีลังกา ความมั่นคงและการข่าว รวมทั้งการพ่ายแพ้และการสูญเสียฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่ม IS ในอิรักและซีเรีย
๓) อาเซียนได้เผชิญภัยก่อการร้ายอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมีกลุ่มก่อการร้ายภายในประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม IS โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ จากเหตุการณ์ในศรีลังกาและความพ่ายแพ้ของกลุ่ม IS จึงทำให้อาเซียนอาจเผชิญกับยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ในการก่อการร้ายของกลุ่ม IS รวมทั้งนักรบต่างชาติ กลับเข้ามายังภูมิภาคเพื่อปฏิบัติการก่อเหตุ โฆษณาชวนเชื่อ แนวคิดนิยมความรุนแรง การชักจูงให้เข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีและเด็กที่มีการศึกษาดีและมาจากชนชั้นกลาง ดังนั้นอาเซียนควรสนับสนุนแนวทางในการลดใช้ความรุนแรงในสังคม รวมทั้งยอมรับความแตกต่างหลากหลาย ภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน ส่งเสริมแบ่งปันข้อมูลร่วมกันภายใต้กลไกการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้ายที่มีอยู่ และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายและแนวคิดหัวรุนแรง
๔) สำหรับประเทศไทยควรส่งเสริมการลดแนวคิดนิยมความรุนแรง รวมทั้งมุ่งส่งเสริมความรู้และความเข้าใจ สร้างการยอมรับในวัฒนธรรม ศาสนา และภาษาที่แตกต่างกัน ในส่วนของกองทัพไทยและหน่วยงานด้านความมั่นคงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยการก่อการร้ายที่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบ และร่วมมือทางด้านการข่าวและการต่อต้านการก่อการร้ายกับประเทศในอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด