SSC Focus - เอกสารวิเคราะห์สถานการณ์ยุทธศาสตร์และความมั่นคง ฉบับที่ ๑๒/๖๒ (๑๖ – ๓๑ มี.ค.๖๒)

SSC FOCUS เอกสารวิเคราะห์สถานการณ์ยุทธศาสตร์และความมั่นคง ฉบับที่ ๑๒/๖๒ ห้วง ๑๖ – ๓๑ มี.ค.๖๒ เรื่อง “ปัญหาการอ้างสิทธิ์พื้นที่ทับซ้อนระหว่างสิงคโปร์ - มาเลเซีย” รายละเอียดสรุปได้ดังนี้..........
            ๑) จากกรณีความขัดแย้งระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ เกี่ยวกับการขยายท่าเรือ และการเปิดเส้นทางการบินใหม่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างโต้แย้งกันไปมาว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้อธิปไตยของตน โดยการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตย ซึ่งผลการหารือที่ผ่านมายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน มีเพียงมาตรการในการปฏิบัติร่วมกัน
            ๒) สิงคโปร์มองว่าการขยายพื้นที่ท่าเรือยะโฮร์บาห์รูของมาเลเซีย จะส่งผลทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต ส่วนมาเลเซียมองว่าการเพิ่มเส้นทางการบินใหม่ของสิงคโปร์นั้น ต้องบินผ่านมาเลเซีย จึงทำให้เขตปาซรีกูดัง รัฐยะโฮร์ ไม่สามารถก่อสร้างอาคารสูงได้ ซึ่งถือว่าเป็นการถูกละเมิดน่านฟ้า
            ๓) ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวและเสถียรภาพของอาเซียนได้ ซึ่งหากมีการดึงเอาประเทศนอกภูมิภาคเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา ก็อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของอาเซียนในสายตาของสังคมโลก ในขณะที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงกลไกการแก้ไขปัญหาในระดับทวิภาคี และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตอบคำถามในลักษณะเชิงบวก เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาของมาเลเซียและสิงคโปร์
            ๔) ไทยควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มาเลเซียและสิงคโปร์เลือกใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วยสันติวิธี ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสากล ส่วนกองทัพไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับกองทัพมาเลเซียและกองทัพสิงคโปร์ในทุกระดับ ฉะนั้น ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน หรือควรแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์